วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานและงานนักขัตฤกษ์

 กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน(กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานและงานนักขัตฤกษ์)เป็นกาพย์เห่เรือที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ซึ่งพรรณนาเกี่ยวกับอาหารคาวหวานในวัง โดยใช้การบรรยายเนื้อหาเยี่ยงนิราศ คือการรำพึงรำพันถึงสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี โดยนำเอาชื่ออาหาร ลักษณะ ส่วนประกอบ หรือความสัมพันธ์มาเชื่อมโยงเข้ากับการรำพึงรำพันนั้น นอกจากนี้ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ยังเป็นวรรณคดีที่มุ่งเน้นความงดงามไพเราะของวรรณคดีเหนือสิ่งอื่นใด มีการใช้โวหารและภาษาที่สละสลวย ตลอดจนการอุปมาเพื่อสื่อถึงรสชาติและฝีมือในการปรุงอาหารของนางอันเป็นที่ รัก และการนำชื่ออาหารซึ่งสื่อถึงความในพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัยในความสุขจากการใกล้ชิดหรือโศกเศร้าจากการพรากจากนางอันเป็นที่ รักได้อย่างกลมกลืน ชื่ออาหารหลายชนิดในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน เป็นอาหารโบราณที่หารับประทานได้ยาก เนื่องจากมีวิธีการปรุงที่ยาก และต้องใช้ความประณีตในการทำเป็นอย่างมาก เช่นหรุ่ม ล่าเตียง เป็นต้น ซึ่งจากวรรณคดีเรื่องนี้ก็ทำให้มีผู้นำอาหารโบราณหลายชนิดมารื้อฟื้นฝึกปรุง ใหม่กันอีกด้วย 


กาพย์เห่ชมเครื่องคาว

 

 กาพย์เห่ชมเครื่องหวาน
 

 กาพย์เห่ชมผลไม้

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

นิราศลอนดอน

นิราศลอนดอน เป็นนิราศที่แต่งโดย หม่อมราโชทัย (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูร)

ประวัติ

เมื่อปี พ.ศ. 2398 สมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร ได้ทรงแต่งตั้งให้ เซอร์ จอห์น เบาริง เป็นราชทูตเชิญพระราชสาร และเครื่องราชบรรณาการเข้ามาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวชักชวนให้ประเทศไทย (กรุงสยามในสมัยนั้น) ทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี ซึ่งก็คือ สนธิสัญญาเบาริง
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) พร้อมด้วยคณะ เชิญพระราชสาร และเครื่องราชบรรณาการ ไปถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิคตอเรีย เมื่อปี พ.ศ. 2400
หม่อมราโชทัย หรือ (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูร) ซึ่งในขณะได้รับตำแหน่งเป็นล่ามไปกับคณะราชทูตชุดนี้ทำให้มีโอกาส ได้เขียนจดหมายเหตุการณ์เดินทาง จนกระทั่งมาเป็นนิราศลอนดอน

ลักษณะการประพันธ์

แต่งโดยใช้กลอนนิราศ ในรูปแบบจดหมายเหตุการณ์เดินทางแล้วตามด้วยบทร้อยกรอง

จุดมุ่งหมายในการแต่ง

เพื่อพรรณนาและบรรยาย ถึงเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเดินทางของผู้แต่ง

เนื้อเรื่องย่อ

คณะราชทูตไทยอัญเชิญพระราชสาร พร้อมทั้งเครื่องราชบรรณาการไปถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิคตอเรียณ พระราชวังวินเซอร์ (พระราชวังประจำฤดูหนาว) ซึ่งทำให้ได้รับผลดีคือมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาใหม่ โดยที่ไทยได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น จากนั้นคณะราชทูตไทยได้รับพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำและน้ำชาและได้พักค้างแรม ณ พระราชวังวินเซอร์ 1 คืน ต่อมาจึงได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ เช่น โรงพยาบาล โรงงานทำเหรียญกษาปณ์ ป้อมศาสตราวุธแห่งลอนดอน
มงกุฎกษัตริย์อังกฤษซึ่งมีเพชรขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบประดับอยู่และพระราชวังบัคกิงแฮม (พระราชวังประจำฤดูร้อน)

คุณค่าทางวรรณศิลป์

  1. มีกลวิธีดำเนินเรื่องเป็นไปตามลำดับเวลาและสถานที่
  2. มีการเลือกใช้คำซึ่งมีทั้งคำราชาศัพท์ คำภาษาต่างประเทศ จนถึงคำที่ใช้ในร้อยกรองทั่วไป
  3. ได้มีการใช้ภาษาที่แสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึก สอดแทรกไว้ในเนื้อความบางตอน
  4. มีการใช้ภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย ทำให้การพรรณนาบรรยายในเนื้อเรื่องออกมาอย่างชัดเจน
  5. เนื้อหามีลักษณะเป็นสารคดีปนอยู่ด้วย
  6. มีการเปรียบเทียบถึงสิ่งที่เคยและไม่เคยพบเห็น รวมทั้งมีการใช้ภาษาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

คุณค่าทางสังคม

  1. เหตุการณ์ในนิราศลอนดอนถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของไทยก่อนที่ไทยจะเปิดประตูบ้านรับอารยธรรมจากต่างประเทศเข้ามาซึ่งเป็นสิ่งที่วางรากฐานตามความเจริญของบ้านเมืองต่อมา
  2. สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตและสังคมของประเทศมหาอำนาจอย่างอังกฤษกับไทย
  3. สะท้อนฐานะของไทยในสายตาต่างชาติ

คณะราชทูตไทย

คณะราชทูตไทยที่เดินทางไปเจริญราชไมตรี ณ ประเทศอังกฤษในครั้งนี้ประกอบด้วย

ทูต

  • พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ราชทูต)
  • เจ้าหมื่นสรรเพชญภักดี (อุปทูต)
  • จมื่นมณเฑียรพิทักษ์ (ตรีทูต)

ล่าม

  • หม่อมราโชทัย (ล่ามหลวง)
  • ขุนปรีชาชาญสมุทร
  • ขุนจรเจนทะเล

ผู้ควบคุมเครื่องราชบรรณาการ

  • หมื่นราชามาตย์
  • นายพิจารณ์สรรพกิจ

ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • มิสเตอร์เฟาล์ มีชื่อจริงๆ ว่า “มิสเตอร์เอดวาร์ด เฟาล์” เดิมเคยอยู่พม่าเป็นผู้ที่รัฐบาลอังกฤษจัดการให้เป็นผู้สันทัดธรรมเนียมไทย เป็นผู้ดูแลอยู่กับคณะราชทูตไทย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 มิสเตอร์เฟาล์ ได้เป็นหลวงสยามานุเคราะห์ ตำแหน่งกงสุลสยาม ณ เมืองย่างกุ้งและอยู่มาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5
  • เยนเนอรัลกัส หรือ พลตรีเซอร์ เอดวาร์ด คัส เป็นเจ้าพนักงานการพระราชพิธี
  • ลอร์ดกราท่า หรือ ลอร์ด กลาเรนดอน ผู้สำเร็จราชการฝ่ายกราท่า ฝ่ายต่างประเทศของอังกฤษคณะราชทูต
  • หมอบรัดเลย์ ซื้อลิขสิทธิ์นิราศลอนดอนไปเมื่อปี พ.ศ. 2405 นับเป็นวรรณคดีเรื่องแรกในประเทศไทยที่มีการซื้อ-ขายลิขสิทธิ์
  • กรองทอง คือ ผ้าโปร่งอันทอ หรือถักด้วยเส้นลวดทองหรือไหมทอง
  • กษัตริย์สอง หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • พระธโรน คือ บัลลังก์ที่ประทับกษัตริย์ มาจากภาษาอังกฤษว่า “ throne”
  • เพชรเม็ดใหญ่ เป็น เพชรประดับมงกุฎกษัตริย์แห่งอังกฤษมีชื่อว่า “โกอินัวร์” มีขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบ
  • ราชสามิศ พระราชสวามีของสมเด็จพระราชินี
  • ราชสารสุวรรณ คือ พระราชสารที่จารึกบนใบลานทองเป็นพระราชสารของพระเจ้าแผ่นดินแห่งสยามทั้ง 2 พระองค์
  • กัปตันเกลเวอริง กัปตันเรือกาเรดอก ที่ทูตไทย ขอให้อยู่ร่วมกับคณะราชทูต
  • รัถา ใช้แปลว่า รถ
  • ขวดเฟือง เป็นขวดที่หล่นเป็นพู เป็นเหลี่ยม ไม่กลมเรียบตลอด
  • เครื่องต้น เป็นเครื่องทรงสำหรับกษัตริย์ สิ่งของที่กษัตริย์ทรงใช้
  • ฮูโร ที่ใช้มาจากภาษาอังกฤษที่ว่า hurrah เทียบได้กับ “ไชโย” ของไทย

กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง

ผู้แต่ง                   เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร  ไชยเชษฐสุริยวงศ์
ชื่อเล่น                “เจ้าฟ้ากุ้ง”
ประสูติ                 พ.ศ. ๒๒๔๘
สิ้นพระชนม์        พ.ศ.๒๒๙๘  (สาเหตุถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับเจ้าฟ้านิ่มหรือเจ้าฟ้าสังวาล  ซึ่งพระสนมของพระราชบิดา จึงถูกพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์)
ผลงานที่ทรงพระนิพนธ์
                เพลงยาวบางบท    บทเห่เรือกากี ๓ ตอน  กาพย์เห่เรือ
                กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง  พระมาลัยคำหลวง
               กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก  นันโทปนันสูตรคำหลวง
                บทเห่สังวาสและบทเห่ครวญ อย่างละบท
ลักษณะการแต่ง
                แต่งด้วยกาพย์ห่อโคลง  ประกอบด้วยกาพย์ยานี ๑๑  มี ๑๐๘ บทและโคลงสี่สุภาพ  ๑๑๓ บท ปิดท้ายด้วยโคลงสี่สุภาพ ๒ บท
                ลักษณะของกาพย์ห่อโคลงคือขึ้นต้นด้วยกาพย์ยานี ๑๑  ๑ บท ตามด้วยโคลงสี่สุภาพ ๑ บท  ใจความเหมือนกัน
จุดมุ่งหมายในการแต่ง
                เพื่อความเพลิดเพลินในการชมธรรมชาติระหว่างการเดินทางไปพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี
สาระสำคัญของเรื่อง
                ตอนต้นกล่าวถึงกระบวนเสด็จ  พรรณนาสัตว์ป่าตามสภาพของมัน  พรรณนาพวกนก  พรรณนาพันธุ์ไม้  พรรณนาลำธารและปลา   และพรรณนาความสนุกรื่นรมย์ที่ธารทองแดง
กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒


                          เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข              แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง
                เร่ร่ายผายผาดผัง                              หัวริกรื่นชื่นชมไพร
                          สนุกเกษมเปรมหน้าเหลือบ        ลืมหลัง
                แสนสนุกปลุกใจหวัง                          วิ่งหรี้
                เดินร่ายผายผันยัง                               ชายป่า
                หัวร่อรื่นชื่นชี้                                   ส่องนิ้วชวนแล
                ถอดความ : การเที่ยวเล่นในครั้งนี้ช่างมีความสุข สนุกสนานเหลือเกิน เดินอย่างรวดเร็วเข้าไปในป่า  หัวเราะกระซิกกันอย่างสดชื่นรื่นเริง  โดยการชี้ชวนให้ชมธรรมชาติต่างๆ


                          เลียงผาอยู่ภูเขา                     หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย
                รูปร่างอย่างแพะหมาย                         ขนเหม็นสาบหยาบเหมือนกัน
                          เลียงผาอยู่พ่างพื้น             ภูเขา
                หนวดพู่ดูเพราเขา                              ไปล่ท้าย
                รูปร่างอย่างแพะเอา                             มาเปรียบ
                ขนเหม็นสาบหยาบร้าย                    กลิ่นกล้าเหมือนกัน          
                ถอดความ : เลียงผาอยู่บนภูเขา  มีรูปร่างคล้ายแพะ  มีหนวดงาม  ปลายเขาโค้งไปข้างหลัง ขนหยาบและมีกลิ่นเหม็นสาบ เช่นเดียวกับแพะ

                          กระจงกระจิดเตี้ย                       วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู
                เหมือนกวางอย่างตาหู                             มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง
                         กระจงกระจิดหน้า                              เอ็นดู
                เดินร่อยเรี่ยงามตรู                                      กระจ้อย
                เหมือนกวางอย่างตาหู                                ตีนกีบ
                มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย                                     แนบข้างเคียงสอง
                ถอดความ :  กระจงเป็นสัตว์ที่มีตัวขนาดเล็ก  มองดูน่ารักน่าเอ็นดู  มีตาหูและตีนกีบเหมือนกวาง  มีเขี้ยวน้อยสีขาว  ๒ เขี้ยว  แต่ไม่มีเขา

                        ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย                   ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา
                ฝูงค่างหว่างพฤกษา                                ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง
                         ฝูงลิงยวบยาบต้น                 พวาหนา
                ฝูงชะนีมี่กู่หา                                                เปล่าข้าง
                ฝูงค่างหว่างพฤกษา                                   มาสู่
                ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง                                โลดเลี้ยวโจนปลิว
                ถอดความ :  ฝูงลิงขย่มต้นมะม่วงอยู่ยวบยาบ  ฝูงชะนีร้องกู่หาคู่ของมัน  ฝูงค่างกระโดดไปมาระหว่างต้นไม้  ฝูงลิงต่างพากันร้องขู่ตะคอก พร้อมทั้งกระโดดไล่ไขว่คว้ากัน
 
                      งูเขียวรัดตุ๊กแก                               ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน
                กัดงูงูยิ่งพัน                                               อ้าปากง่วงล้วงตับกิน
                        งูเขียวแลเหลื้อมพ่น                           พิษพลัน
                ตุ๊กแกคางแข็งขยัน                                   คาบไว้
                กัดงูงูเร่งพัน                                                   ขนดเครียด
                ปากอ้างูจึงได้                                                      ลากล้วงตับกิน
                ถอดความ :  งูเขียวตัวเป็นเงามันแต่ไม่มีพิษ ถูกตุ๊กแกคาบไว้  ในขณะเดียวกันงูเขียวก็รัดตุ๊กแกจนต้องอ้าปาก และเข้าไปล้วงตับตุ๊กแกกินเป็นอาหาร

                                ยูงทองย่องเยื้องย่าง                       รำรางชางช่างฟ่ายหาง
                ปากหงอนอ่อนสำอาง                               ช่างรำเล่นเต้นตามกัน
                                ยูงทองย่องย่างเยื้อง                            รำฉวาง
                รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง                                          เฉิดหน้า
                ปากหงอนอ่อนสำอาง                                        ลายเลิศ
                รำเล่นเต้นงามหง้า                                              ปีกป้องเป็นเพลง
                ถอดความ :  นกยูงทองย่องเยื้องย่าง  แล้วรำแพนหางเชิดหน้าขึ้น  เห็นปากงอนอ่อนช้อย แสดงอาการรำเล่นด้วยการยกปีกขึ้นป้องตามเพลง

                                ไก่ฟ้าอ้าสดแสง                        หัวสุกแดงแทงเดือยแนม
                ปีกหางต่างสีแกม                                       สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน
                                ไก่ฟ้าหน้าก่ำกล้า                            ปากแหลม
                หัวแดงเดือยแนม                                 เนื่องแข้ง
                ปีกหางต่างสีแกม                                 ลายลวด
                ตัวด่างอย่างคนแกล้ง                                           แต่งแต้มขีดเขียน
                ถอดความ :  ไก่ฟ้าหน้าสุกใสมีปากแหลม  หัวมีสีแดง  กำลังแทงเดือยขึ้นมา  ปีกหางและลำตัวมีลวดลายงามเหมือนอย่างคนแกล้งแต่งสีให้มัน
 
                                ดูหนูสู่รูงู                                 งูสุดสู้หนูสู้งู
                หนูงูสู้ดูอยู่                                               รูปงูทู่หนูมูทู
                                ดูงูขู่ฝูดฝู้                                                พรูพรู
                หนูสู่รูงูงู                                                      สุดสู้
                งูสู้หนูหนูสู้                                               งูอยู่
                หนูรู้งูงูรู้                                                              รูปถู้มูทู
                ถอดความ :  งูขู่หนูฟู่ๆ เพราะหนูจะเข้าไปในรูงู  งูจึงสู้กับหนู หนูก็สู้กับงู  สัตว์ทั้งสองต่างก็รู้เชิงซึ่งกันและกัน  โดยทำเป็นมู่ทู่ใส่กัน

                                นกแก้วแจ้วเสียงใส                      คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา
                นกตั้วผัวเมียคลา                                        ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี
                                นกแก้วแจ้วรี่ร้อง                                 เร่หา
                ใกล้คู่หมู่สาลิกา                                                   แวดเคล้า
                นกตั้วผัวเมียมา                                                    สมสู่
                สัตวาฝ่าแขกเต้า                                   พวกพ้องโนรี
                ถอดความ :  นกแก้วร้องแจ้วๆ  เร่ หาคู่  โดยเข้าไปใกล้หมู่นกสาลิกา  ส่วนนกกระตั้ว ๒ ตัวผัวเมียกำลังสมสู่กันอยู่  ในขณะที่นกสัตวาจะต้องฝ่านกแขกเต้าเข้าไปหานกโนรี ซึ่งเป็นพวกพ้องของมัน

                                กระจายสยายซร้องนาง                  ผ้าสไบบางนางสีดา
                ห่อห้อยย้อยลงมา                                      แต่ค่าไม้ใหญ่สูงงาม
                                กระจายสยายคลี่ซร้อง                        นงพงา
                สไบบางนางสีดา                                 ห่อห้อย
                ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมา                                              โบยโบก
                แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย                                               แกว่งเยื้องไปมา
                ถอดความ :  ต้นซ้องนางคลี่  และสไบนางสีดา ต่างก็ยื่นเลื้อยห้อยลงมา  แต่ค่าคบไม้น้อยใหญ่  เมื่อยามลมพัดจะแกว่งไปมาดูสวยงามนัก

                                 หัวลิงหมากลางลิง                        ต้นลางลิงแลหูลิง
                ลิงไต่กระไดลิง                                         ลิงโลดคว้าประสาลิง
                                หัวลิงหมากเรียกไม้                            ลางลิง
                ลางลิงหูลิงลิง                                       หลอกขู้
                ลิงไต่กระไดลิง                                    ลิงห่ม
                ลิงโลดฉวยชมผู้                                   ฉีกคว้าประสาลิง
                ถอดความ :  เถาหัวลิง  ต้นหมากลิง และลิงบางตัวก็ขั้นต้นหูลิงทำหน้าหลอกคู่ของมัน  บ้างก็ขึ้นไต่กระไดลิงขย่มเล่น  บ้างก็ตะโกนฉวยชมพู่คว้ามาฉีกเล่นตามภาษาลิง

                                ธารไหลใสสะอาด                        มัจฉาชาติดาษนานา
                หวั่นว่ายกินไคลคลา                                  ตามกันมาให้เห็นตัว
                                ธารไหลใสสะอาดน้ำ                         รินมา
                มัจฉาชาตินานา                                   หวั่นหว้าย
                จอกสร่ายกินไคลคลา                                          เชยหมู่
                ตามคู่มาคล้ายคล้าย                                             ผุดให้เห็นตัว
                ถอดความ :  น้ำในลำธารใสสะอาดไหลรินมา  หมู่ปลานานาชนิด  ต่างหากันว่ายไปมา  กินจอกและสาหร่าย  โดยว่ายตามกันมาเป็นคู่ๆ  และผุดให้เห็นตัวด้วย